อะไรเอ่ย ตัวสีขาวมี 8 หนวดอยู่ในท้องทะเล แน่นอนค่ะทุกคนต้องตอบได้อยู่แล้ว นั้นคือ ปลาหมึกนั้นเอง แต่สำหรับเรานั้นปลาหมึกใครๆ ก็รู้จักกันอยู่แล้วใช่ไหมละคะ แต่วันนี้ค่ะ Sidedestiny มีสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งค่ะ มาให้ทุกคนได้รู้จักกัน แต่ตัวของมันใหญ่กว่าปลาหมึกธรรมดาหลายเท่าเลย นั้นก็คือ “คราเคน” นั้นเองค่ะ

เห็นภาพด้านบนไหมคะ ตัวใหญ่กว่าเรือหลายเท่าเลยค่ะ และที่สำคัญมีหนวดเหมือนปลาหมึกเลยใช่ไหมละคะ เรามาดูกันค่ะว่าเรื่องราวของเจ้า “คราเคน” อสูรกายใต้ท้องทะเล ว่าจะมันมีที่ไปที่มาอย่างไรค่ะ และมันจะเป็นอันตรายสำหรับชาวเดินเรือหรือไม่ มันมีตัวจนจริงๆ หรือเปล่า เริ่มกันเลยค่ะ

การปรากฏตัวครั้งแรกของ “คราเคน” อสูรกายใต้ท้องทะเล
สำหรับตำนานคราเคนมีเรื่องเล่าขานมานาน แต่ปรากฏครั้งเมื่อไรไม่มีใครรู้ และไม่มีปรากฏแน่ชัด แต่ได้มี หนังสือชื่อ The Natural History of Norway ที่เขียนโดยบิชอปแห่งเบอร์เก้น Erik Ludvigsen Pontoppidan ได้มีการอ้างอิงถึงคราเคน มันเปรียบเสมือนเกาะลอยน้ำขนาดย่อม ขนาดความยาวลำตัวยาวถึงครึ่งไมล์ แต่เรื่องราวในช่วงถัดมาเกี่ยวกับคราเคนก็ค่อยๆ ลดขนาดลงเรื่อยๆ ไม่ได้ตัวใหญ่โตอย่างในอดีต แต่ถึงอย่างนั้นคราเคนก็ยังจัดเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่อยู่ดีค่ะ

ในตำนานของทะเลเหนือ ในสายตาของนักชีววิทยาแล้ว คราเคนเป็นสัตว์ประเภทปลาหมึกยักษ์ซะมากกว่าค่ะ ลักษณะของมันมักจะก้าวร้าวรุกราน และขึ้นมาหาเหยื่อเหนือผิวน้ำ เมื่อมันเห็นมนุษย์ ขนาดของมันไม่ถึงกับยาวกว่าครึ่งไมล์ตามบันทึกของท่านบิชอปนะคะ ถึงกระนั้นขนาดของมันก็สูสีกับสัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก คือปลาวาฬเสปิร์มอยู่ดี

ในปี 1930 มีรายงานการโจมตีเรือของเจ้าปลาหมึกชนิดดังกล่าว นักชีววิทยาและผู้ชำนาญการคาดว่าคราเคน หรืออาจจะเป็นปลาหมึกยักษ์ Giant Squid โจมตีเข้า เพราะเรือของมนุษย์เราดันไปมีรูปร่างคล้ายปลาวาฬ ซึ่งนั้นก็เป็นอาหารหลักของเจ้าคราเคน หรือปลาหมึกยักษ์นี่เอง

จากรายงานของผู้ที่เคยเจอกับปลาหมึกดังกล่าว มีการเล่าขานว่าขนาดของมันใหญ่มหึมา โดยเฉลี่ยความยาวประมาณ 100 ฟุต น้ำหนักประมาณ 2-3 ตัน ถ้านักเดินเรือโดนสัตว์ยักษ์ทรงพลังขนาดนี้เข้าโจมตีแล้วอะไรก็คงจะไม่เหลือนะคะ และบริเวณที่เกิดเหตุส่วนมาก จะเกิดกับเรือเดินทะเลที่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติค่ะ

อสูรกาย “คราเคน” ใหญ่จริงหรือ ?
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ปี ค.ศ. 1878 จากสถิติที่เคยบันทึกไว้ ปลาหมึกยักษ์ที่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ค้นพบ ถูกชาวประมงสามคนพบเห็นใน Timble Tickle ขณะนั้นพวกเขาหาปลาอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งมากนัก หนึ่งในชาวประมงก็ได้สังเกตเห็นว่ามีซากอะไรบางอย่างกระจุยกระจายอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก เมื่อเข้าไปสำรวจใกล้ๆ พวกเขาก็พบกับรูปร่างของซากนั้น ซุ่งนั้นก็คือ ปลาหมึกยักษ์นั่นเอง

หลังจากนั้นชาวประมงก็ใช้เชือกมัด และพยายามสุดฤทธิ์ที่จะลากเจ้าสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนั้นขึ้นบนฝั่ง น่าแปลกที่กล้ามเนื้อบางส่วนของปลาหมึกยักษ์นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ ชาวประมงทั้งลากมันขึ้นไปบนบก และปล่อยให้ปลาหมึกแห้งตาย หลังจากเฝ้ารออยู่นานและแน่ใจว่าสัตว์ยักษ์ตัวนี้สิ้นฤทธิ์ไปแล้ว พวกเขาก็พากันมาวัดขนาดและตัดเอาบางส่วนของเนื้อมันไปเป็นอาหารหมา จากหัวจรดหางของเจ้าปลาหมึกยักษ์มีความยาว 20 ฟุต หนวดเส้นที่ยาวสุดยาวถึง 35 ฟุต ซึ่งยุ่บยั่บไปด้วยเขี้ยวแหลมคมที่มีขนาดถึง 4 นิ้ว

ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า อาหารโปรดของปลาหมึกยักษ์นั้นคือ ปลาวาฬเสปิร์ม เมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1966 เคยมีพนักงานประภาคารในแอฟริกาใต้สองคน เห็นการล่าเหยื่ออันน่าสยดสยองนี้กับตา พวกเขากล่าวว่าเขาเห็นปลาหมึกยักษ์ตรงเข้าจู่โจมปลาวาฬเสปิร์ การต่อสู้ตามธรรมชาติดำเนินไปถึงชั่วโมงครึ่ง และจบลงด้วยชัยชนะของนักล่า “เราคงไม่มีโอกาสเห็นปลาวาฬตัวนั้นอีกแล้วชั่วชีวิต” พนักงานประภาคารหนึ่งในสองเอ่ยขณะให้สัมภาษณ์

เหตุผลที่คราเคน หรือปลาหมึกยักษ์ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ
มีผลงานการวิจัยของ Dr. Ole Brix แห่งมหาวิทยาลัย Bergen ได้รับผลจากการวัดเลือดของปลาหมึกยักษ์ว่า เลือดของมันสามารถฟอกออกซิเจนได้ไม่ดีในที่อุณหภูมิสูง ปลาหมึกยักษ์มักจะหายใจไม่ออก และขาดอากาศหายใจด้ง่าย หากต้องอยู่ในบริเวณที่ความกดต่ำและอุณหภูมิสูงนานๆ อุณหภูมิยังมีผลกระทบเกี่ยวกับการลอยตัวของปลาหมึกยักษ์ในน้ำ น้ำอุ่นมักจะทำให้สัตว์มหึมาเหล่านี้ลอยตัวขึ้นมาสู่เบื้องบน และไม่สามารถที่จะดำกลับลงไปยังจุดปลอดภัยได้ตามเดิม ยิ่งร้อนเท่าไหร่ โอกาสที่ปลาหมึกยักษ์จะขาดออกซิเจนและตายก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่บริเวณที่พยานได้พบเห็นปลาหมึกยักษ์กัน มักจะเป็นบริเวณที่กระแสน้ำอุ่นกับกระแสน้ำเย็นมาตัดกัน ซึ่งจุดนั้นจะเป็นจุดที่ปลาหมึกยักษ์ปรับตัวไม่ทัน และเผอิญโผล่ขึ้นมา ให้ผู้คนได้พบกับยลโฉมกันเล่นบ่อยๆ

พูดคุยกับ Sitedestiny
“จบไปแล้วนะคะ สำหรับเจ้าคราเคน อสูรกายแห่งท้องทะเล ถ้าเทียบจริง ๆ ตัวมันคงใหญ่มาก ๆ เลยนะคะ เรื่องต่อไปมาลุ้นกันค่ะว่า Sitedestiny จะเอาเรื่องอะไรมาให้ผู้อ่านได้ตื่นเต้นกันอีกค่ะ”

Facebook Comments