เพื่อน ๆ รู้จักพญานาคกันไหมครับ ที่สัตว์ลักษณะคล้าย ๆ กับงูแต่มีเกร็ดสีเขียวสวยงามมีประกายทองที่ดึงดูดความแต่ถึงแม้ว่าตะบอกลักษณะรายได้จัดเจนแต่ว่าในตอนนี้เราก็ไม่เคยได้พบเห็นมันจริง ๆ พบได้แต่ในตำนานของไทยที่เล่าต่อกันมาจนกระทั้งมีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ยังคงเป็นปริศานามาถึงทุกวันนี้ เพราะจะมี ลูกไฟจำนวนมากหลายพันลูกต่อคืนที่พุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขง สู่ท้องฟ้าในวันออกพรรษาของทุกปี โดยที่ไม่สามารถอธิบายถึงต้นกำเนิดได้

ตำนานพญานาค

บั้งไฟผี


      ลักษณะบั้งไฟพญานาค เป็นดวงไฟขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือจ นถึงขนาดเท่าไข่ห่าน มีสีแดงอมชมพู ออกสีบานเย็น หรือสีแดงทับทิม ไม่มีควัน ไม่มีเขม่า ไม่มีเปลว ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น และจะเริ่มปรากฏจากเหนือผิวน้ำ ตั้งแต่ระดับ 1–30 เมตร พุ่งสูงขึ้นไปประมาณระดับ 50–150 เมตร เป็นเวลาประมาณ 5–10 วินาที แล้วจะดับหายวับไปในอากาศ ทั้งที่ดวงไฟยังโตอยู่ ไม่ได้หรี่เล็กลงแล้วค่อยๆ ดับ และไม่มีลักษณะโค้งตกลงมาเหมือนดอกไม้ไฟ จึงทำให้ บั้งไฟพญานาค เป็นปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์ใจ มาจนถึงปัจจุบัน

      ความเชื่อของชาวอีสานนั้น เชื่อกันว่าในแม่น้ำโขงมี เทพเจ้าทางน้ำ เรียกว่า พญานาค อาศัยอยู่ เดิมทีพญานาคที่อาศัยอยู่ในเมืองบาดาลนั้น มีนิสัยดุร้าย แต่พอพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ก็เกิดความเลื่อมใสในพุทธศาสนา เลิกนิสัยดุร้าย และคิดจะหันมาออกบวช แต่ก็ไม่สามารถบวชได้เนื่องจากเป็นสัตว์ พญานาคจึงปวารณาตนเป็นพุทธมามกะ

      และในวันออกพรรษาของทุกปี เชื่อกันว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ กลับสู่โลกมนุษย์ เหล่าบรรดาพญานาคที่อยู่ในแม่น้ำโขงต่างแสดงความยินดี ด้วยการจุดบั้งไฟเฉลิมฉลอง เพื่อเป็นพุทธบูชา จึงปรากฏให้เห็นเป็นลูกไฟที่พุ่งขึ้นจากผิวน้ำ และนี่เองคือที่มาของ “บั้งไฟพญานาค”

แล้วถึงแม้ว่าเราจะพบเห็นลูกไฟแบบนี้เราก็ไม่เคยค้นหาพญานาคพบกันเลยทำให้เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาต่อไป

Facebook Comments