ถ้าใครเคยไปเที่ยงจังหวัดปัตตานี หรือยังไม่เคยไปแล้วอยากจะไปเที่ยวสักครั้ง Sidedestiny ขอแนะนำให้ไปที่ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือศาลเจ้าเล่งจูเกียงนะคะ เพราะที่นั้นมีประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมอเจ้าแม่ทับทิม และองค์พระอีกหลายองค์ รวมถึง เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นที่เลื่อมใสของชาวไทยเชื้อสายจีน ทั้งในท้องถิ่น และจากจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ไปดูกันค่ะว่าตำนานมีที่มา และที่ไปอย่างไร

ตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว กำเนิดในครอบครัวตระกูลลิ่ม สมัยพระเจ้าซื่อจงฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์เหม็ง ประมาณ พ.ศ.2065- 2109 มีพี่ชายชื่อ ลิ่มโต๊ะเคี่ยม รับราชการอยู่มณฑลฮกเกี้ยน เมื่อบิดาถึงแก่กรรมลิ้มกอเหนี่ยว ต้องเฝ้าดูแลมารดาเพียงลำพัง เนื่องจากลิ่มโต๊ะเคี่ยม ถูกขุนนางใส่ร้ายว่าสมคบกับโจรสลัดญี่ปุ่นเข้าปล้นตีเมืองตามชายฝั่ง จึงถูกทางราชการประกาศจับ และได้หลบหนีออกจากประเทศจีนกับพรรคพวกไปอาศัยอยู่ที่เกาะไต้หวัน ต่อมาได้นำสินค้ามาขายที่ประเทศไทย ขึ้นท่าสุดท้ายที่เมืองปัตตานี บ้านกรือเซะ และมีความรู้เป็นนายช่าง ผู้หล่อปืนใหญ่ 3 กระบอก คือศรีนครี มหาลาลอ และนางพระยาตานี ให้เจ้าเมืองปัตตานี ขณะนั้นเป็นที่พอพระทัยมาก จึงยกพระธิดาให้สมรสด้วย โดยลิ้มโต๊ะเคี่ยม ยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม
หลายปีต่อมามารดาซึ่งอยู่ที่ประเทศจีน ไม่เห็นบุตรชายกลับมาและไม่ส่งข่าว ก็มีความคิดถึงเป็นห่วงไม่เป็นอันกินอันนอน ลิ้มกอเหนี่ยวสงสารมารดา จึงรับอาสามารดาออกติดตามพี่ชาย ออกเดินทางโดยเรือสำเภา ติดตามมาจนถึงประเทศไทย และได้พบพี่ชายที่บ้านกรือเซะ ได้พำนักอยู่เป็นเวลานานและชักชวนให้พี่ชายกลับประเทศจีนพบมารดาหลายครั้ง แต่ลิ้มโต๊ะเคี่ยมปฎิเสธ เนื่องด้วยกำลังเป็นผู้อำนวยการก่อสร้างมัสยิดกรือเซะ ขณะนั้น ด้วยความกตัญญูต่อมารดาไม่อาจนำ พี่ชายกลับบ้านได้ จึงได้ทำอัตตวิบากกรรมที่ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ ใกล้กับมัสยิด ลิ้มโต๊ะเคี่ยมกับพวกต่างโศกเศร้าอาลัยยิ่ง จึงพร้อมกันจัดการศพตามประเพณีและได้ทำ ฮวงซุ้ยไว้ในบริเวณบ้าน กรือเซะ ตำบลตันหยงลุโล๊ะ อำเภอเมืองปัตตานี ดังกล่าว

บรรดาคนจีนสมัยนั้น ได้ทราบซึ้งถึงความกตัญญู ซื่อสัตย์ และรักษาคำมั่นสัญญา ไปกราบไหว้บูชา ต่อมาฮวงซุ้ย และต้นมะม่วงหิมพานต์ ได้เกิดนิมิตรและอภินิหาร ให้ชาวบ้านที่ไปบนบาน หายเจ็บไข้ได้ป่วย และมีโชคลาภ ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง เป็นที่เคารพสักการะ มาจนบัดนี้ไม่ได้มีการย้ายฮวงซุ้ยแต่อย่างใด ต่อมาได้นำเอาต้นมะม่วงหิมพานต์ มาแกะสลักเป็นองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประดิษฐานไว้ในศาลเจ้าที่บ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลุโล๊ะ ให้ประชาชนสักการะบูชาด้วย
เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2427 พระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล่าย) ซึ่งเป็นหัวหน้าชุมชนจีนขณะนั้น เห็นว่าศาลเจ้าซึ่งประดิษฐานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่หมู่บ้านกรือเซะ ชำรุดเก่าและอยู่ห่างไกลเป็นระยะทางถึงประมาณ 8 กิโลเมตร จากเมือง จึงได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากบ้านกรือเซะมาประดิษฐานที่ศาลเจ้าโจวซูกงซึ่งอยู่ในตลาดจีนเมืองปัตตานี และเรียกชื่อศาลเจ้าใหม่ว่า ศาลเจ้าเล่งจูเกียง หรือ ศาลเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว มาจนทุกวันนี้

พูดคุยกับ Sidedestiny
ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จะมีพิธีที่จัดขึ้นทุกปี มีชื่อพิธีว่า พิธีแห่เจ้าแม่ลุยน้ำจัดขึ้นทุกปีเพื่อรำลึกถึงความยากลำบากที่นางเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองจีนเพื่อตามหาลิ้มโต๊ะเคี่ยม พี่ชาย เดิมศพของเจ้าแม่ฝังอยู่ที่ชายฝั่งอ่าวปัตตานี (ต่อมาชายฝั่งถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนฮวงซุ้ยจมอยู่ในอ่าว) ปัจจุบันได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่ฮวงซุ้ยใกล้มัสยิดกรือเซะ ส่วนพิธีลุยไฟจัดขึ้นจากความศรัทธาในอภินิหารของเจ้าแม่ว่าสามารถคุ้มครองปกป้องภัยและเพื่อความเป็นสิริมงคล ถ้าใครมีโอากาสก็ลองเวลาไปดูนะคะ

Facebook Comments