ปกติแล้วถ้าพูดถึงตุ๊กตาที่น่ากลัว ทุกคนก็ต้องนึกถึงตุ๊กตาแอนนาเบลใช่ไหมละคะ แต่วันนี้ Sidedestiny ได้มีตุ๊กตาที่รูปร่างน่ารัก แต่แปลกที่มันเป็นเพียงตุ๊กตา แต่อยู่ดีๆ ผมของตุ๊กตาตัวนั้นกับยาวขึ้นได้เอง ราวกับมนุษย์ ซึ่งนั้นก็คือ ‘โอคิคุ’ ตุ๊กตาของประเทศญี่ปุ่น

ความจริงของ ‘โอคิคุ’
‘โอคิคุ’ ได้ถูกเล่าขานมาหลายทศวรรษ โดยมีเรื่องเล่าว่าชื่อของตุ๊กตานั้น ได้ถูกตั้งตามชื่อเด็กหญิงผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งขนาดของมันมีขนาดความยาว 40 เซนติเมตร หรือ 16 นิ้ว สวมใส่ชุดกิโมโน และมีนัยตาสีดำ และที่สำคัญเลยเ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ Sidedestiny ได้อยากจะนำเสนอเรื่องนี้แก่ผู้อ่านนั้นคือ บริเวณเส้นผมของมัน สามารถงอกยาวได้ราวกับมนุษย์

ตุ๊กตาโอคิคุ ได้ถูกตั้งไว้ที่วัดมังเน็นยิ ในเมืองเล็กๆ ของอิวามิซา จังหวัดฮอกไกโด ตั้งแต่ ค.ศ.1938 โดยมีข่าวลือว่าตอนที่ตุ๊กตาโอคิคุมาอยู่วัดใหม่ๆ นั้น เส้นผมของ ตุ๊กตาโอคิคุ ยังคงสั้นอยู่ และความยาวของเส้นผมก็ยังยาวเรื่อยๆ จนมีความยาว 25 เซนติเมตร ยาวจนถึงหัวเข่าของตุ๊กตาเลยทีเดียว และเมื่อตัดผมของมันไปกี่ครั้ง ผมก็ยังยาวขึ้นอยู่เสมอ

ที่มาของ ‘โอคิคุ’
เมื่อปี ค.ศ.1918 เอย์คิจิ สุสึกิ พี่ชายของโอคิคุได้ไปเที่ยวนิทรรศการเทโช เมืองซับโปโลที่ญี่ปุ่น เขาซื้อตุ๊กตาตัวหนึ่งมาจากร้านทานุคิโคจิ ซึ่งเป็นร้านที่มีชื่อเสียงในแถวนั้น เอย์คิจิ ตั้งจะซื้อตุ๊กตาไปให้กับน้องสาวที่ชื่อ โอคิคุ น้องสาววัย 2 ขวบ และแน่นอนว่าน้องสาวของเขาชอบตุ๊กตาตัวนี้มาก

และเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน โอคิคุก็ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหันด้วยโรคไข้หวัด ทางบ้านจึงนำตุ๊กตาตัวนี้ไปวางไว้ที่แท่นบูชาของครอบครัว และสวดมนต์ทุกวันเพื่อเป็นการระลึกถึงเด็กหญิงน้อยโอคิคุ

จนเมื่อเวลาไปผ่านไปคนในครอบครัวได้สังเกตเห็นว่าผมของตุ๊กตาได้ยาวขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งพวกเขาเข้าใจว่าวิญญาณของเด็กน้อยโอคิคุได้ไปสิงสู่ตุ๊กตาตัวนั้น และในปีต่อมา ค.ศ.1938 ครอบครัวสุสึกิ ก็ได้ย้ายของมาอยู่ที่เมืองซาอาลิน และได้มอบตุ๊กตาตัวนี้ให้กับวัด วัดมังเน็นยิ

ที่สุดแห่งความจริง
จริงๆ แล้ว Sidedestiny จะบอกว่าเรื่องดังกล่าวที่ได้เล่าข้างต้นนั้น ตุ๊กตาโอคิคุได้เป็นเพียงนวนิยายที่ผู้แต่งได้ได้เขียนขึ้นมาเพื่อผูกกับตุ๊กตาวัดมังเน็นยิ จนมีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของจังหวัดฮอกไกโดเข้ามาเห็น และได้สนใจจึงได้นำไปตีพิมพ์ จนกลายเป็นตำนานโด่งดังไปทั่ว

พูดคุยกับ Sidedestiny
“ก่อนจะเชื่ออะไรสักย่าง Sidedestiny อยากจะบอกว่าเราต้องรู้มูลเหตุของเรื่องๆ นั้นให้แน่นอนก่อนนะคะ”

Facebook Comments