เพื่อน ๆ รู้การขังวิญญาณหรือไม่แล้วรู้ไหมว่าสมัยก่อนที่ประเทศไทยของเราได้มีพิธีการขังวิญญาณร้ายไว้ในไหเป็นพิธีกรรมที่ทำให้วิญญาณนั้นไม่ให้ไปทำร้ายคนอีกแต่ว่าก็ทำให้วิญญาณตนนั้นไม่อาจจะไปเกิดใหม่เช่นกันแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ประเทศเราแค่ประเทศเดียวที่ทำการขังวิญญาณไว้สิ่งของต่าง ๆ ที่ต่างประเทศก็มีเช่นกันแต่แตกต่างจากเรานิดหน่อยที่เขาใช้กล่องในการขังมาเริ่มทำความรู้จักของต้องสาปนี้เลยดีกว่ากับ

Dybbuk Box

กล่องขังวิญญาณ


Dybbuk Box เป็นกล่องใส่ไวน์ที่มีหน้าตาธรรมดาๆ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันมีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับตำนานความหลอนซ่อนอยู่ เพราะมันเป็นกล่องอาถรรพ์ในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่ากันว่ามีดวงวิญญาณชั่วร้ายถูกกักขังเอาไว้ในนั้น

แต่ภายหลังเจ้ากล่องดังกล่าว ถูกนำมาขายปะปนกับสิ่งของทั่วไปบนโลกออนไลน์ จากนั้นความสยดสยองก็ได้เกิดขึ้นกับผู้ที่ซื้อไปในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

สำหรับ Dybbuk Box ถูกนำไปประกาศขายผ่านงานประมูลเมื่อเดือนกันยายน ปี 2001 โดยผู้ขายเป็นหลานสาวของคุณยายชาวยิวผู้เป็นเจ้าของกล่องไวน์ลึกลับ

แต่ด้วยเหตุที่คุณยายต้องการให้ทำการฝังมันลงไปพร้อมกับร่างของเธอ มันกลับขัดกับขนบธรรมเนียมของชาวยิว จนต้องนำออกมาประกาศขายแทน

Kevin Mannis นักสะสมของโบราณ คือผู้สนใจซื้อไปครอบครองต่อ และเก็บไว้ในห้องชั้นใต้ดิน จู่ๆ ก็มีเกิดเหตุการณ์ไฟตกไฟดับ ประตูแต่ละบานถูกล็อคอย่างปริศนา และเริ่มมีเสียงแปลกประหลาดมาจากชั้นใต้ดินที่เก็บกล่องไม้เอาไว้

หลังจากนั้นเขาก็นำไปมอบให้กับคุณแม่เพื่อเป็นของขวัญ แต่แล้วเธอก็เกิดอาการช็อคกระทันหันถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล พร้อมกับพูดทีละตัวอักษรเป็นคำว่า ‘H-A-T-E G-I-F-T’ พร้อมกับอาการหลั่งน้ำตาที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย

แม้ว่าจะทำการมอบให้กับใครไปก็ตาม เขาก็จะได้รับกล่องไวน์ไม้อาถรรพ์นี้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว และไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลใดก็ตาม เขาเริ่มมีอาการฝันร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ และค้นพบว่าคนในครอบครัว ที่เข้าใกล้กล่องนี้ก็มีอาการฝันร้ายเช่นเดียวกัน

เมื่อรู้แล้วว่ามีสิ่งเหนือธรรมชาติเกิดขึ้นเพราะกล่องดังกล่าว เขาก็ได้ทำการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจนหลับไปหน้าจอคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งตื่นขึ้นมาอีกทีก็รู้สึกเหมือนว่ามีบางสิ่งหายใจรดต้นคออยู่ ทันใดนั้นก็หันไปเจอกับร่างเงาขนาดใหญ่พุ่งหายไป

และสุดท้ายแล้ว Kevin ก็ได้นำกล่องนี้ไปขายใน eBay พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด จนกระทั่ง Jason Haxton ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ในมิสซูรีได้มาซื้อไป และได้เขียนบันทึกเรื่องราวแปลกๆ ที่ได้พบจากกล่อง Dybbuk เช่นเดียวกัน

Facebook Comments